บทที่ 14 คนที่เกลียดกันไม่จำเป็นต้องมาสนใจกัน
ตอนที่ 14. คนที่เกลียดกันไม่จำเป็นต้องมาสนใจกัน
ภายในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมหรู บรรยากาศเต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับและเสียงพูดคุยของเหล่านักธุรกิจชั้นนำที่ทยอยเดินทางมาร่วมงานต้อนรับลูกค้ารายสำคัญของวรากร กรุ๊ป
องศา ยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนในชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบนิ่งตามแบบฉบับของประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชา ทุกคำพูดของเขาหนักแน่นและตรงประเด็น ไม่ว่าจะเจรจาธุรกิจหรือพูดคุยเรื่องทั่วไปก็ล้วนแสดงถึงความมั่นใจของคนที่มีอำนาจตัดสินใจอยู่ในมือ
ส่วนแพรวพรรณยืนอยู่ข้างกายเขาในฐานะเลขานุการ
เธอทำหน้าที่ได้อย่างไม่มีข้อบกพร่อง ทั้งแนะนำข้อมูลลูกค้า ส่งเอกสาร และช่วยประสานงานระหว่างผู้บริหารของบริษัทกับแขกที่มาร่วมงาน
หญิงสาวดูสง่างามในชุดราตรีสีดำเรียบหรู รอยยิ้มสุภาพประดับอยู่บนใบหน้าแทบตลอดเวลา ทุกครั้งที่มีใครเข้ามาทักทาย เธอจะตอบกลับอย่างเหมาะสม ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป และนั่นเองที่กลายเป็นปัญหาสำหรับใครบางคนโดยไม่รู้ตัว
“คุณองศาครับ ไม่ได้พบกันนานเลยนะครับ”
นักธุรกิจวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทาย ก่อนจะหันมาสนใจหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกัน
“แล้วสุภาพสตรีท่านนี้คือ...”
“แพรวพรรณครับ เลขานุการของผม”
องศาตอบสั้น ๆ โดยไม่ได้คิดจะอธิบายอะไรเพิ่มเติม
แพรวพรรณยกมือไหว้ตามมารยาท
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
“อ้อ เลขาคุณองศานี่เอง สวยและสง่างามมากเลยนะครับ ถ้าผมมีเลขาเก่ง ๆ แบบนี้สักคน คงทำงานสบายขึ้นเยอะ”
“ขอบคุณค่ะ คุณชมเกินไปแล้ว”
เธอยิ้มรับอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องไปพูดคุยเกี่ยวกับงานที่บริษัทของอีกฝ่ายกำลังจะร่วมมือกับวรากร กรุ๊ป
องศายืนฟังอยู่เงียบ ๆ ในตอนแรกเขาไม่ได้ใส่ใจ เพราะการที่เลขานุการของเขาได้รับคำชมก็ถือเป็นเรื่องดี อย่างน้อยมันก็แสดงให้เห็นว่าเธอสามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างเหมาะสม
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขากลับเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติเพราะไม่ใช่แค่นักธุรกิจวัยกลางคนเท่านั้นที่ให้ความสนใจแพรวพรรณ
บรรดาหนุ่ม ๆ ที่มาร่วมงานต่างทยอยเข้ามาทักทายเธอไม่ขาดสาย บางคนเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ บางคนเป็นทายาทตระกูลนักธุรกิจชื่อดัง และบางคนถึงขั้นหาโอกาสเข้ามาขอช่องทางติดต่อของหญิงสาวโดยตรง
“คุณแพรวครับ ผมชื่อกฤตนะครับ เป็นผู้บริหารของบริษัทเคพี กรุ๊ป ไม่ทราบว่าคุณแพรวสะดวกแลกนามบัตรกับผมไหมครับ เผื่อมีโอกาสได้ร่วมงานกันในอนาคต”ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งยื่นนามบัตรให้ด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร
แพรวพรรณรับมาอย่างสุภาพ “ยินดีค่ะ ถ้ามีโอกาสร่วมงานกันก็คงดีมากเลยนะคะ”
“ถ้าอย่างนั้น ผมขออนุญาตติดต่อคุณแพรวได้ไหมครับ?”
“ได้ค่ะ ถ้าเป็นเรื่องงาน”
“ถ้าไม่ใช่เรื่องงานล่ะครับ?”
คำถามนั้นมาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กน้อยแพรวพรรณชะงักไปนิด ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ
“ถ้าอย่างนั้นคงต้องดูก่อนนะคะว่าคุณจะติดต่อมาด้วยเรื่องอะไร”
“ผมรับรองว่าเป็นเรื่องดีแน่นอนครับ”
ชายหนุ่มหัวเราะตาม ขณะที่แพรวพรรณยังคงยิ้มรับอย่างเป็นมิตร
ภาพตรงหน้าทำให้องศาที่กำลังสนทนากับลูกค้าอีกคนเริ่มหมดความอดทน มือใหญ่ที่ถือแก้วเครื่องดื่มอยู่กระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย
ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร? ทำไมต้องยิ้มให้แพรวพรรณขนาดนั้น?
แล้วทำไมแพรวพรรณถึงต้องยิ้มตอบด้วย? คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวโดยที่เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่
เธอจะยิ้มให้ใครก็เรื่องของเธอไม่ใช่หรือไง
เขาไม่ใช่คนรัก ไม่ใช่สามี และที่สำคัญ เขาเกลียดผู้หญิงคนนี้จะตายไป
แล้วทำไมภาพที่เห็นถึงทำให้เขารู้สึกขัดหูขัดตาอย่างบอกไม่ถูก!
“คุณองศาครับ เรื่องสัญญาที่เราคุยกันไว้”
“ขอตัวสักครู่ครับ”
ชายหนุ่มตัดบทคู่สนทนา ก่อนวางแก้วลงบนถาดของพนักงานที่เดินผ่าน แล้วสาวเท้าตรงไปหาหญิงสาวทันที
แพรวพรรณกำลังจะพูดอะไรบางอย่างกับชายหนุ่มตรงหน้า แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก มือใหญ่ของใครบางคนก็จับข้อมือเธอเอาไว้เสียก่อน
“คุณองศา?”
เธอหันไปมองเจ้าของมือด้วยความประหลาดใจ
“ขอตัวก่อนนะครับ”
องศาพูดกับชายหนุ่มที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าแพรวพรรณด้วยรอยยิ้มที่ดูสุภาพ ทว่าดวงตากลับเย็นเยียบจนอีกฝ่ายไม่คิดจะรั้งไว้
“ได้ครับ ไว้พบกันใหม่นะครับคุณแพรว”
“ค่ะ”
แพรวพรรณตอบกลับ ก่อนจะถูกองศาพาเดินออกมาจากกลุ่มแขกอย่างรวดเร็ว
เมื่อพ้นจากบริเวณที่มีผู้คนพลุกพล่าน ชายหนุ่มจึงหยุดเดินตรงมุมหนึ่งของห้องจัดเลี้ยงที่ค่อนข้างเงียบสงบ มือของเขายังคงจับข้อมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อย
แพรวพรรณก้มมองมือใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา
“มีอะไรหรือเปล่าคะท่านประธาน?”
องศาก้มลงเล็กน้อยเพื่อให้ได้ยินกันเพียงสองคน น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“เธอมากับฉัน จะทำอะไรก็ไว้หน้ากันด้วย”
แพรวพรรณนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจ
“แล้วตรงไหนที่คิดว่าฉันไม่ไว้หน้าคุณคะ ท่านประธาน?”
“เธอไม่รู้ตัวหรือไงว่ากำลังทำอะไรอยู่?”
“กำลังทำงานค่ะ”
“แพรวพรรณ!”
“คะ?”
หญิงสาวตอบรับอย่างใจเย็น ราวกับไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเขากำลังโกรธเรื่องอะไร
“ฉันเห็นเธอคุยกับผู้ชายพวกนั้นอย่างสนุกสนาน เธอคิดว่านี่เป็นงานเลี้ยงหาคู่หรือไง?”
“อ๋อ...” แพรวพรรณพยักหน้าช้า ๆ ก่อนยิ้มบาง “ถ้าอย่างนั้นคุณคงต้องไปบอกแขกทุกคนด้วยนะคะว่าไม่ควรเข้ามาทักทายเลขานุการของคุณ เพราะแพรวไม่รู้มาก่อนเลยว่าการพูดคุยกับคนอื่นตามมารยาทจะทำให้ท่านประธานไม่พอใจขนาดนี้”
“อย่ามายอกย้อนฉัน!”
“แพรวไม่ได้ยอกย้อนค่ะ แค่สงสัยว่าตัวเองทำอะไรผิด”
เธอพยายามดึงข้อมือออกจากมือของเขา แต่อีกฝ่ายกลับจับแน่นขึ้นเล็กน้อย
“ฉันไม่ชอบให้เธอทำตัวแบบนี้”
แพรวพรรณเงียบไปทันที คำพูดนั้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้ยินเรื่องตลกที่ไม่น่าขำที่สุดในชีวิต เขาไม่ชอบอย่างนั้นหรือ? แล้วเขาคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน ถึงมีสิทธิ์มาตัดสินว่าเธอควรทำตัวอย่างไร?
หญิงสาวค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาคู่สวยที่เคยเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นในอดีต บัดนี้กลับนิ่งสงบอย่างที่องศาไม่คุ้นเคย
“อีกอย่างนะคะ เราเป็นอะไรกันคะ ทำไมแพรวต้องไว้หน้าคุณด้วย?”
องศาชะงัก
“เธอว่าอะไรนะ?”
“พี่น้องก็ไม่ใช่ คนรักก็ไม่ใช่ เป็นแค่เจ้านายกับลูกน้องเท่านั้นเองค่ะ”
แพรวพรรณพูดชัดถ้อยชัดคำ ก่อนจะเหลือบมองมือที่จับข้อมือเธออยู่
“เรื่องงาน แพรวก็ไม่ได้ทำให้เสียหาย ส่วนเรื่องส่วนตัว มันก็เป็นเรื่องของแพรวไม่ใช่เหรอคะ?”
“เธอ”
“หรือท่านประธานคิดว่าแค่แพรวทำงานให้คุณ ก็หมายความว่าคุณมีสิทธิ์ควบคุมชีวิตส่วนตัวของแพรวด้วย?”
น้ำเสียงของเธอยังคงสุภาพ แต่ทุกถ้อยคำกลับหนักแน่นจนคนฟังไม่อาจหาคำพูดมาตอบโต้ได้ในทันที
องศาจ้องหญิงสาวเขม็ง “ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น”
“ถ้าอย่างนั้นก็ยิ่งไม่มีเหตุผลที่คุณต้องมาหงุดหงิดกับเรื่องนี้ค่ะ”
แพรวพรรณเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนพูดประโยคต่อมาด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา
“อีกอย่างนะคะ คนที่เขาเกลียดกัน เขาไม่มาสนใจกันหรอกค่ะ”
คำพูดนั้นทำให้องศานิ่งงันไปชั่วขณะ
เพราะมันเป็นคำพูดเดียวกับสิ่งที่เขาพยายามย้ำกับเธอมาตลอด เขาเกลียดเธอ เขาไม่ต้องการให้เธอเข้ามายุ่งวุ่นวายในชีวิต
เขาไม่เคยคิดจะรักผู้หญิงอย่างเธอ แล้วตอนนี้เขากำลังทำอะไรอยู่?
ทำไมถึงต้องเดินเข้ามาขัดจังหวะเธอ เพียงเพราะเห็นผู้ชายคนอื่นเข้ามาพูดคุยด้วย?
“ปล่อยค่ะ” แพรวพรรณเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าเขายังไม่ยอมคลายมือ
องศาก้มลงมองข้อมือเล็กที่อยู่ในมือของตัวเอง ก่อนจะปล่อยออกอย่างไม่เต็มใจนัก
หญิงสาวขยับข้อมือเบา ๆ แล้วจัดแขนเสื้อให้เรียบร้อย ก่อนเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว แพรวขอตัวไปทำงานต่อนะคะ แขกในงานยังมีอีกหลายท่านที่ต้องดูแล”
พูดจบ เธอก็หมุนตัวเดินออกไปทันที และไม่มีแม้แต่ท่าทีลังเลเหมือนที่เคยเป็น องศายืนอยู่ที่เดิม มองตามแผ่นหลังของหญิงสาวที่ค่อย ๆ เดินห่างออกไปความหงุดหงิดที่อัดแน่นอยู่ในอกไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อยตรงกันข้าม มันกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายของเธอดังก้องอยู่ในหัว
คนที่เขาเกลียดกัน เขาไม่มาสนใจกันหรอกค่ะ
“ใครสนใจเธอกัน!” เขาพึมพำเสียงต่ำกับตัวเอง พลางขบกรามแน่น
“อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย แพรวพรรณ”
แต่แม้จะพูดเช่นนั้น สายตาของเขากลับยังคงติดตามหญิงสาวอยู่ไม่ห่าง
อีกฟากหนึ่งของห้องจัดเลี้ยง แพรวพรรณกลับไปยืนสนทนากับแขกกลุ่มใหม่ด้วยรอยยิ้มสุภาพราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่นานนัก ชายหนุ่มคนเดิมที่ขอช่องทางติดต่อของเธอก็เดินกลับเข้ามาหาอีกครั้ง
“คุณแพรวครับ เมื่อครู่เรายังคุยกันไม่จบเลยนะครับ”
“ขอโทษด้วยค่ะ พอดีมีธุระนิดหน่อย”
“ถ้าอย่างนั้น ผมขอชวนคุณแพรวไปดื่มกาแฟสักวันได้ไหมครับ?”
แพรวพรรณชะงักเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มตอบ “ถ้ามีโอกาสนะคะ”
ชายหนุ่มยิ้มกว้างขึ้นทันที ส่วนองศาซึ่งมองเห็นทุกอย่างจากระยะไกลกลับรู้สึกเหมือนมีบางอย่างมาบีบรัดอยู่กลางอก มือที่กำลังจะหยิบแก้วเครื่องดื่มหยุดค้างไปชั่วขณะเขาจ้องภาพตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเบือนหน้าหนีด้วยความหงุดหงิด บ้าชะมัด! เขาไม่ได้สนใจว่าแพรวพรรณจะไปกับใคร ไม่ได้สนใจว่าเธอจะมีผู้ชายมาจีบกี่คน และยิ่งไม่ได้สนใจว่าเธอจะเลือกใครมาเป็นสามีในอนาคต เขาแค่ไม่ชอบให้ผู้หญิงที่กำลังจะกลายเป็นภรรยาตามพินัยกรรมของเขาทำตัวเหลวไหลเท่านั้น!
ใช่...มันต้องเป็นเพราะเหตุผลนี้แน่ ๆ องศาบอกตัวเองซ้ำ ๆ ก่อนจะยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบ แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามหาเหตุผลให้ตัวเองมากแค่ไหน ภาพรอยยิ้มของแพรวพรรที่
มอบให้ผู้ชายคนอื่นก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมหายไปและเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่องศา ต้องยอมรับกับตัวเองอย่างไม่เต็มใจว่า...ผู้หญิงที่เขาประกาศว่าเกลียดนักเกลียดหนา กำลังทำให้เขาเสียการควบคุมมากกว่าที่ควรจะเป็น
